เรื่องเล่า ::: ยิ่งใช้ยารักษาสิวหน้ายิ่งพัง จริงเหรอ???

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนที่เกิดมา คงจะเคยเป็นโรคผิวหนังที่เรียกว่า "สิว" กันแทบทุกคน ซึ่งถ้าจะมองกันแล้ว ก็จะพอบอกได้ว่า "สิว" เป็นโรคที่ไม่แปลกประหลาด หรือ เป็นโรคพื้นๆ ก็ว่าได้ แต่เจ้า "สิว" ที่พื้นๆนี้ละ ที่ทำให้หลายๆคนเครียดและขาดความมั่นใจเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องสรรหาครีมหรือหมอที่จะช่วยรักษาสิว



คนที่เป็นสิว รวมทั้งผม (ในอดีต) ก็เป็นคนหนึ่งที่ตามหาหมอรักษาสิวที่เก่งๆหลากหลายที่ ตรงนี้ไม่หายก็ไปหาตรงนี้ หาไปเรื่อยๆ แต่ก็พบว่ามันช่วยให้สิวหายแบบชั่วคราว ซึ่งต้องแลกกับค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,000 - 5,000 บาท (อาจจะมากกว่านั้นสำหรับบางคน) จากที่ผมสังเกตุก็พบว่าทุกๆที่ก็จะให้ยารักษาตัวเดิมๆเช่น BP (ทาก่อนล้างหน้า), เจลหรือโฟมล้างหน้า, Clindamycin Lotion, ครีมลดรอยดำจากสิว,ครีมบำรุง ฯลฯ อีกสารพัด  โดยครีมที่จ่ายส่วนใหญ่ หรือบางที่ให้ยาแบบกิน จะเป็นยาประเภทปฏิชีวนะ เพื่อลดเชื้อสิว และลดอาการอักเสบจากสิว และเมื่อทาหรือรับประทานไปนานๆจะพบว่า เกิดอาการดื้อยา ตัวอย่างผมเองที่ในปัจจุบันสิวของผมดื้อยา Clindamycin ไปแล้วเรียบร้อย (รวมทั้งยา Erytromycin) ดังนั้นการรักษาสิวของผมจึงต้องเลิกใช้ยาเพราะมันไม่ได้ผลนั่นเอง

หลายๆคนที่พึ่งเคยไปรักษาสิวกับคุณหมอ แน่นอนว่าอาการสิวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเชื้อสิวจะตอบสนองต่อยาพวกนั้นได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับใคร ที่หาหมอมานาน ใช้ยาเดิมๆ นานๆ จะพบว่ามักจะดื้อยาเช่นเดียวกับผม ทำให้ต้องเพิ่มการรักษาโดยการทำเลเซอร์ต่างๆมากมาย แต่ตัวผมเองตัดสินใจไม่ทำเลเชอร์ และหยุดการรักษาโดยตัดสินใจออกมารักษาเอง เพราะว่ามันเปลืองเงินเหลือเกินในแต่ละเดือน ซึ่งผลที่ตามมาคือ สิวเห่ออยู่ 2-3 ปี กว่าจะมาพบวิธีและหลักการการดูแลรักษาผิวหน้าให้ปราศจากสิว เอาละครับซึ่งเทคนิคหรือวิธีการนี้ ผมได้ทดลองแล้วใช้มาแล้วประมาณ 1 ปี พบว่าผิวหน้าแข็งแรงขึ้นมาก

เอาละผมจะค่อยๆ ทะยอยเล่าวันละ 1 เรื่องที่ต้องปฏิบัติตัวให้หายจากสิวโดยถาวรอย่างสิ้นเชิงอย่าลืมติดตามนะครับ

0 ความคิดเห็น: